ชีสดิป ตราเพียวฟู้ดส์ อร่อย ปลอดภัย จิ้มกับอะไรก็อร่อย

Last updated: 8 ก.ย. 2565  |  923 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ชีสดิป ตราเพียวฟู้ดส์ อร่อย ปลอดภัย จิ้มกับอะไรก็อร่อย

รอบรู้ วัฒนธรรมการรับประทานอาหาร ที่คนไทยชื่นชอบ

            วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนเราในแต่ละทวีป แต่ละประเทศ หรือแม้แต่ละภูมิภาคของประเทศก็มีความแตกต่างกัน การเข้าถึงวัฒนธรรมของอาหารของเมนูนั้น ๆ ว่าถูกรังสรรค์ออกมาแบบไหน อย่างไร และต้องรับประทานคู่กับอะไร นอกจากช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเมนูอาหาร ยังสะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาของมนุษย์ที่รู้จักดัดแปลงปรุงแต่งอาหารอย่างประณีตพิถีพิถัน และวัฒนธรรมการรับประทานอาหารยังสะท้อนให้เห็นถึงอุปนิสัย การอยู่อาศัย วิถีชีวิต รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ สภาพภูมิอากาศ ของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย เช่น

  • วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวไทย

                ครอบครัวคนไทยสมัยก่อนจะนั่งรับประทานอาหารกับพื้น โดยนั่งล้อมวงกันและรับประทานอาหารด้วยมือ หรือที่เรียกว่า “เปิบ” เมนูอาหารและการประกอบอาหารก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละภาค อาหารไทยโดยรวมจะโดดเด่นด้วยรสชาติที่เข็มข้น รสจัด จากส่วนประกอบที่เป็นเครื่องเทศและสมุนไพร อาหารไทยจึงมักจะมีเครื่องเคียงของแนมร่วมรับประทานด้วย เช่น เมนูน้ำพริกลงเรือ แนมด้วยหมูหวาน เมนูน้ำปลาหวาน รับประทานคู่กับสะเดาและปลาดุกย่าง เมนูน้ำพริกกะปิ รับประทานคู่กับปลาทูทอด หรือหากเมนูอาหารในมื้อนั้นมีของเผ็ดมากก็ต้องมีไข่ต้มด้วย เมนูแกงขี้เหล็กจะต้องมีปลาสลิดแห้งแนม ส่วนอาหารปักษ์ใต้เกือบทุกเมนูจะต้องมีผักรับประทานควบคู่ไปด้วย เพื่อลดความเผ็ดร้อนลง
  • วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวฝรั่งเศส

                วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวฝรั่งเศส โดยทั่วไปจะเริ่มด้วยการดื่มเครื่องดื่มหรือดื่มเแอลกอฮอล์ก่อนเมนูอาหาร เช่นการดื่มไวน์เพราะชาวฝรั่งเศสเชื่อว่า ไวน์ช่วยให้รับรู้รสชาติของอาหารได้ดียิ่งขึ้น ส่วนอาหารจะเริ่มจากเมนูเบา ๆ หรือที่เรียกกันว่าเมนูเรียกน้ำย่อย เช่น ซุปผักและเนื้อสัตว์บด และเสิร์ฟตามด้วยอาหารจานหลัก ได้แก่ ปลาหรือเนื้อ หรือทั้งสองอย่างเสิร์ฟพร้อมสลัดผักเขียว อาหารจานหลักของฝรั่งเศสจะมีความหลากหลายและซับซ้อน เช่น ไก่ต้มในไวน์แดงส่วนเครื่องเคียงที่ต้องมีคือ มันฝรั่งบด หรือผัด และต้องเสิร์ฟคู่กับขนมปังทุกครั้ง หลังจากอาหารจานหลักสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ ชีส ชีสดิป และซอสต่าง ๆ
  • วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวญี่ปุ่น

                วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะรับประทานอาหารด้วยการใช้ตะเกียบเป็นหลัก ส่วนเมนูอาหารนอกจากบะหมี่ ก็จะมีซูชิหรือข้าวปั้นหน้าต่าง ๆ และอาหารชุด การรับประทานข้าวปั้นหรือซูชิจะใช้ตะเกียบคีบข้าวปั้น และเอาด้านบนที่เป็นหน้าซูชิจิ้มกับน้ำจิ้มโชยุ ส่วนวาซาบิจะใช้ป้ายบนซูชิ และระหว่างรับประทานอาหารควรพูดว่าโออิชิ ซึ่งแปลว่าอร่อยอยู่บ่อย ๆ เพื่อชมคนทำอาหารและถือเป็นการขอบคุณ ตามมารยาทของคนญี่ปุ่นควรรับประทานอาหารให้หมดชาม หากเป็นอาหารชุดก็ควรรับประทานทุกอย่างจนหมด อาหารชุดจะต้องวางถ้วยข้าวไว้ด้านซ้ายมือ และถ้วยซุปไว้ทางขวามือเสมอ

                ปัจจุบันคนไทยก็นิยมรับประทานอาหารญี่ปุ่น จะเห็นว่าร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นเปิดให้บริการมากมาย เมนูอาหารที่ได้รับความนิยม เช่น ซูชิ ราเมง เทมปุระ ชาบู ข้าวแกงกะหรี่เมนูอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย และยากินิคุหรืออาหารประเภทปิ้งย่างรับประทานคู่กับน้ำจิ้ม สูตรต่าง ๆ  เช่น ชีสดิป  ซอส ซีอิ้วดำหวาน และอื่น ๆ
  • วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของชาวจีน

                การรับประทานอาหารของชาวจีน อุปกรณ์สำคัญได้แก่ ตะเกียบ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าอย่างหนึ่งของจีน และยังเป็นอุปกรณ์ในการรับประทานอาหารที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในระดับโลก จีนยังถือเป็นหนึ่งใน 3 ชนชาติที่เป็นเจ้าแห่งวัฒนธรรมการรับประทานอาหาร อีก 2 ชนชาติ ได้แก่ กรีก และโรมัน อาหารนานาชนิดที่เกิดขึ้นในโลกนี้ ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนจีนเป็นส่วนใหญ่ เช่น เส้นสปาเก็ตตี้ ที่มีต้นกำเนิดมาจากเส้นก๋วยเตี๋ยว
                วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนจีน หากเมนูอาหารเป็นเนื้อสัตว์ชิ้นใหญ่จะต้องใช้มีดตัดให้ขาดเป็นชิ้นเสียก่อน แล้วจึงใช้ตะเกียบคีบเข้าปาก การฉีกเนื้อเหนียวด้วยมือ แล้วป้อนเข้าปากนั้น ถือเป็นกิริยาที่ไม่สุภาพ เมื่อรับประทานซุปจะต้องไม่เติมหรือปรุงเครื่องปรุง เว้นแต่น้ำซุปหูหลามที่มีน้ำส้มจิ๊กโฉ่วมาให้เติม หากเติมเครื่องปรุงใด ๆ ลงไปในซุปจะเปรียบเสมือนการดูถูกฝีมือของเจ้าบ้าน
  • วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนเกาหลี

               วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของคนเกาหลี จะใช้ตะเกียบโลหะ (ชอซการัก) กับช้อนยาวโดยใช้ช้อนรับประทานข้าว ซุป และสตูว์ และใช้ตะเกียบคีปเครื่องเคียงแบบอาหารแห้งหรือดอง แต่จะไม่นิยมใช้ช้อนและตะเกียบพร้อมกัน นอกจากนั้นคนเกาหลีนิยมรับประทานอาหารพร้อมเครื่องเคียง หลากหลายอย่าง โดยที่มีเครื่องเคียงหลักเป็น “กิมจิ”

รู้จัก ซอส ชนิดของซอส และวิธีการปรุงรสด้วย ซอส

            การประกอบอาหารแต่ละเมนู นอกจากการปรุงรสด้วยเครื่องปรุงหรือซอสต่าง ๆ ให้ได้รสชาติตามที่ต้องการแล้ว บางเมนูก่อนรับประทานยังต้องนำซอส หรือ ชีสดิป  มาราดลงบนอาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว หรือนำมารับประทานคู่กัน และบางครั้งอาจจะนำมาตกแต่งจานอาหารให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น การมีความรู้เกี่ยวกับซอสแต่ละชนิด รู้ประเภทของซอส และวิธีการปรุงหรือนำมารับประทานคู่กับเมนูอาหารได้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยเพิ่มรสชาติของเมนูอาหารได้ดียิ่งขึ้น

  • ซอส คืออะไร

    ซอส คือเครื่องปรุงรสชนิดหนึ่ง มีลักษณะเหลวหรือค่อนข้างข้น ใช้จิ้มหรือปรุงอาหารเพื่อให้มีรสชาติดีขึ้น หรือช่วยเสริมวัตถุดิบต่าง ๆในจานอาหารนั้น ๆ  ให้ออกมาโดดเด่นมากขึ้น ไม่ว่าจะผ่านทางรสชาติ เนื้อสัมผัส และความชุ่มชื้น อีกทั้งซอสชนิดต่าง ๆ ยังสามารถตกแต่งให้จานอาหารดูสวยงาม น่าสนใจ และน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ประเภทของซอสที่ผลิตออกมาจำหน่ายหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ซอสที่ใช้เป็นเครื่องปรุงรสและนิยมซื้อไว้ในครัว เช่น ซอสหมัก ซอสปรุงรส และซอสชนิดที่ใช้จิ้มหรือใช้รับประทานเสริมรสชาติในเมนูอาหาร
  • ซอสที่ใช้หมัก และปรุงรส

    ปัจจุบันเมนูอาหารของคนไทย นอกจากเครื่องเทศและส่วนประกอบในเมนูอาหารต่าง ๆ เช่น เกลือ น้ำตาล น้ำปลา พริกไทย และอื่น ๆ ซึ่งเป็นเครื่องปรุงพื้นฐานที่ต้องมีอยู่ในครัวแล้ว ยังมีซอสหลากหลายชนิดสำหรับปรุงรสและหมักอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ที่ได้รับความนิยม ได้แก่
       1. ซอสปรุงรส มีหลายสูตรแม้เรียกซอสปรุงรสเหมือนกันแต่บางแบรนด์อาจตั้งชื่อแตกต่างออกไป จุดเด่นของซอสปรุงรสรสเค็มจะค่อนข้างกลมกล่อม เมื่อนำมาปรุงอาหารจึงอร่อยขึ้นได้โดยไม่ต้องปรุงหลายขั้นตอน นอกจากใช้ปรุงอาหารแล้ว ซอสปรุงรสยังเหมาะสำหรับเหยาะจิ้มอีกด้วย
       2. ซอสหมัก คือซอสที่มีส่วนผสมของของเหลวหรือแห้ง เพื่อเพิ่มรสชาติและให้ความชุ่มชื้นกับอาหารมีทั้งซอสหมักแบบปรุงสำเร็จหาซื้อได้ทั่วไป และสูตรส่วนผสมซึ่งเป็นสูตรเฉพาะที่คิดต้นหรือดัดแปลงขึ้นมาเอง โดยเฉพาะร้านค้าร้านอาหารที่ต้องการให้เมนูอาหารของร้านอร่อยโดดเด่นแตกต่างจากที่มีขายอยู่ทั่วไป
  • ชนิดของซอสสำเร็จรูป

    ซอส นอกจากแบ่งเป็นประเภทซอสปรุงรสและซอสหมัก  ยังแบ่งย่อยออกเป็นหลายชนิด คุณสมบัติของซอสแต่ละชนิดจะแตกต่างกันไปไม่เฉพาะใช้ปรุงรสชาติอาหารเท่านั้น แต่บางชนิดยังใช้ได้ทั้งปรุงรส เป็นซอสหมัก และซอสจิ้มรับประทานคู่กับเมนูอาหาร เช่น
       1. ซอสมะเขือเทศ เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป และเป็นซอสมะเขือเทศเข้มข้น บรรจุในสภาวะที่ปลอดเชื้อ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุซอสมะเขือเทศ ได้แก่ ถุงใส ขวดแก้ว ถุงในกล่อง กระป๋อง และการบรรจุมีหลายขนาดและหลายรูปแบบ สามารถใช้เป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารได้ประเภท เช่น ซอสสำหรับพิซซ่า และซอสในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติในการปรุงอาหาร หรือรับประทานคู่กับเมนูอาหาร หรือใช้เป็นเครื่องจิ้ม สำหรับเมนูอาหารที่มีส่วนประกอบของซอสมะเขือเทศเป็นหลัก เช่น
       - สปาเกตตีซอสหมู
       - เฟรนช์ฟรายส์ราดซอสมะเขือเทศและชีสดิป
       - รีซอตโตหอยเชลล์ซอสมะเขือเทศ
       - สปาเกตตีซี่โครงหมูอบซอสมะเขือเทศ
       - สปาเกตตีซอสหมู
       - สปาเกตตีพอร์คบอลชีส
       - สปาเกตตีมีทบอล
       - ลาซานญ่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
       - สะตอผัดซอสมะเขือเทศ
       - ไก่อบซอสมะเขือเทศ
       - ผัดเปรี้ยวหวานหมู ไก่ หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ
       - ผัดมะกะโรนี
       - ซี่โครงหมูบาร์บีคิว
       - บาร์บีคิวหมู ไก่ เนื้อ และเนื้อสัตว์อื่น ๆ
       - พาสต้าซอสครีมมะเขือเทศ
       - ใช้เป็นสูตรส่วนผสมในน้ำจิ้มสุกี้
       - ใช้เป็นซอสเหยาะจิ้ม รับประทานคู่กับไข่ดาว เฟรนช์ฟรายส์

       2. ซอสพริก เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป แต่ละแบรนด์อาจเรียกซอสพริกตามด้วยชื่อของแบรนด์ สินค้านั้น ๆ บรรจุอยู่ในขวด ถุงพลาสติก แกลลอน หรือขวดพลาสติกรูปทรงต่าง ๆ ซอสเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับปรุงรส ที่มีส่วนประกอบของพริก และเครื่องเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้พริกชี้ฟ้าของไทย  พริกในท้องถิ่น บดผสมกับน้ำส้มสายชู  เกลือ  บางสูตรเพิ่มกระเทียมด้วย เมนูอาหารที่มีส่วนประกอบของซอสพริกเป็นหลัก เช่น
       - ข้าวโพดอ่อนผัดซอสพริก
       - หอยทอดกระทะร้อน 
       - ซี่โครงหมูอบซอสพริก
       - ข้าวผัดซอสพริก
       - ไก่ย่างซอสพริก
       - กุ้งผัดซอสพริก
       - หอยลายผัดซอสพริก
       - พิซซ่า ซอสพริกกับซอสมะเขือเทศ
       - หมูสามชั้นตุ๋นซอสพริกแกงเปรี้ยวหวาน
       - เต้าหู้ทอดซอสพริกเผา
       - สปาเก็ตตี้ผัดซอสพริก
       - ปีกไก่อบซอสพริก
       - ใช้เป็นสูตรส่วนผสมแป้งทอดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรสชาติและให้สีสันที่สวยงามน่ารับประทาน
       - เป็นน้ำจิ้มหรือส่วนประกอบในน้ำจิ้มสูตรต่าง ๆ เช่น น้ำจิ้มลูกชิ้น น้ำบาบีคิว

       3. ซอสถั่วเหลือง
    ซอสถั่วเหลือง เป็นเครื่องปรุงรสที่มีลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาลเข้ม ทำจากถั่วเหลืองหมักผสมกับ เกลือ น้ำเกลือ ปกติใช้ถั่ว 2 ชนิด คือ ถั่วเหลืองและถั่วลิสง  คลุกเคล้ากับแป้งสาลี  หมักกับเชื้อรานาน 2 – 3 เดือน  จนโปรตีนและแป้งในถั่วเหลืองถูกย่อยสลายกลายเป็นของเหลว ที่มีกลิ่นเฉพาะตัว  กรองเอากากออกแล้วฆ่าเชื้อโรคด้วยความร้อน ซอสถั่วเหลืองเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับปรุงรสที่บรรจุอยู่ในขวดแก้ว หรือขวดพลาสติก มีหลายแบรนด์และใช้ในอาหารหลากหลายประเภท

       4. ซีอิ้วดำหวาน
    ซีอิ้วดำหวาน จัดเป็นซอสปรุงรสปรุงแต่งอาหารอีกประเภทหนึ่ง ได้จากการเอาซีอิ้วขาวผสมกับน้ำตาลหรือกากน้ำตาล ทำให้ซีอิ้วมีรสหวานปนอยู่ด้วย และมีความข้นหนืดมากกว่าสีอิ้วดำทั่วไป ส่วนใหญ่นิยมใช้ปรุงรสและแต่งสีอาหาร เช่น เมนูไข่พะโล้ สีดำของไข่จะได้จากการเคลือบสีของซีอิ้วดำหวาน เป็นต้น

       5. เต้าเจี้ยว
    เต้าเจี้ยว เป็นซอสปรุงรสอีกชนิดหนึ่ง ผลิตจากถั่วเหลือง มีหลายเกรดและคุณภาพแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับขั้นตอนการหมัก เช่น ถ้าหมักเพียงครั้งเดียวจะได้เต้าเจี้ยวที่มีคุณภาพสูง มักจะบรรจุในขวดแก้วใส หากเป็นชนิดคุณภาพรองลงมาจะบรรจุในขวดสีชา เต้าเจี้ยวเป็นผลิตภัณฑ์ที่นอกจากปรุงรสอาหารแล้วยังเป็นส่วนประกอบของอาหารหลากหลายเมนู ดังนี้
    - แซลมอนนึ่งเต้าเจี้ยว กระเทียมดอง
    - ปลาราดซอสเต้าเจี้ยว
    - คะน้าผัดเต้าเจี้ยว
    - ผัดผักบุ้งไฟแดง

       6. ซอสหอยนางรม
    ซอสหอยนางรม เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเนื้อหอยนางรมต้มจนเปื่อยร้อยละ 10 – 30 เติมแป้งข้าวโพด แป้งสาลี แป้งมันฝรั่ง เพื่อเพิ่มความเข้มข้นครับ มีเกลือ  และน้ำตาล มีหลายแบรนด์ส่วนใหญ่บรรจุอยู่ในขวดแก้ว หรือขวดพลาสติก นิยมนำไปใช้กับเมนูผัดทุกชนิด เช่น ผัดผัก หมู เนื้อ ผัดน้ำมันหอย นำไปปรุงรส เช่นใส่ในไข่เจียว เพื่อปรุงรสชาติให้ไข่เจียวหอม กลมกล่อม และสามารถนำไปหมักกับเนื้อสัตว์เพื่อใช้สำหรับ ปิ้ง ย่าง ทอด และ นำไปผสมกับน้ำจิ้มสุกี้ได้อีกด้วย

       7. ซอสปรุงรส ตามบัญญัติของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดไว้ว่า ซีอิ๊วและซอสปรุงรส หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวได้จากการย่อยโปรตีนของถั่วเหลืองด้วยการหมักหรือกรรมวิธีอื่นที่เหมาะสม และจะแต่งรสหรือสีหรือไม่ก็ได้ ประโยชน์ของซอสปรุงรสคือช่วยปรับแต่งรสชาติอาหารให้ดีขึ้น อร่อยขึ้น ซอสปรุงรสที่มีขายกันในท้องตลาดจะให้รสชาติเค็ม การใช้ซอสปรุงรสเป็นการเติมความเค็มให้อาหารแทนการใช้เกลือ น้ำปลา หรือซีอิ๊วขาวนั่นเอง เพียงแต่จะให้รสชาติที่ดีกว่า อร่อยกว่าและมีกลิ่นหอมมากว่า
  • อาหารตะวันตกคืออะไร มีเมนูอะไรบ้างต้องรับประทานคู่กับซอส

    เมื่อเราพูดถึงซอสชนิดต่าง ๆ คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงอาหารตะวันตก ที่เมนูอาหารส่วนใหญ่นิยมรับประทานคู่กับซอส ไม่ว่าจะเป็นซอสมะเขือเทศ ซอสเอสปัญน่อล หรือซอสเบชาเมล ที่สามารถประยุกต์สูตรออกไปได้หลากหลาย เพื่อให้ได้ซอสที่มีรสชาติแตกต่าง ดังนั้นเพื่อให้การเลือกซอสแต่ละชนิดเหมาะกับเมนูอาหารตะวันตกหรืออาหารยุโรปที่เราชื่นชอบ ควรมีความรู้เกี่ยวลักษณะของอาหารตะวันตก รสชาติ และส่วนประกอบของอาหาร ทั้งอาหารเรียกน้ำย่อยและอาหารเมนูหลัก ดังนี้

       1. ประวัติความเป็นมาของอาหารตะวันตก
    อาหารตะวันตก เป็นคำที่ใช้เรียกเมนูอาหารในประเทศในภูมิภาคทวีปยุโรปหรือกลุ่มประเทศตะวันตก กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกและยุโรปตะวันตก รวมไปถึงอาหารจากกลุ่มประเทศนอกทวีปยุโรปแต่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากทวีปยุโรป ซึ่งได้แก่ อาหารจากประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ กลุ่มประเทศในทวีปอเมริกา เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา รวมถึงกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาด้วย
               อาหารตะวันตก โดยทั่วไปมีพื้นฐานรวมทั้งวิวัฒนาการมาจากอาหารฝรั่งเศส และทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับให้เป็นพื้นฐานของการทำอาหารในปัจจุบันก็คือมาจากเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสดั้งเดิมแบบทันสมัยขึ้น ของแองกัส เอสโคฟิเอ่ (Auguste Escoffier) โดยสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คือ แม่ซอสทั้ง 5 แบบ ที่เชฟทุกคนท่องจะต้องรู้จักได้แก่ ซอสเบชาเมล (Béchamel) ซอสเอสปานอล (Espagnole) ซอสเวลูเต้ (Velouté) ซอสฮอลแลนเดซ (Hollandaise) และซอสโตเมท (Tomate) ซึ่งแม่ซอสทั้งห้านี้ ก็ยังเป็นแม่แบบของซอสอื่น ๆ ที่พบเห็นกันในปัจจุบันอีกด้วย

       2. ลักษณะการเสิร์ฟอาหารตะวันตก
    ลักษณะอาหารของชาวตะวันตก หากเป็นการรับประทานอาหารเย็นอย่างเป็นทางการ จะแยกเสิร์ฟเป็นจานต่าง ๆ โดยพัฒนามาจากการนำอาหารหลายจานมาวางบนโต๊ะพร้อม ๆกัน ไปเป็นการเสิร์ฟอาหารตามลำดับในแบบที่เคร่งครัด ลำดับการเสิร์ฟอาหารของชาวตะวันตกหรืออาหารยุโรป จะแบ่งการเสิร์ฟออกเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย และอาหารเมนูหลัก ดังนี้
       - ในอดีต อาหารเย็น ร้อน อาหารที่มีรสเผ็ด และหวาน จะจัดเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือซุป และนำมาเสิร์ฟก่อน ต่อจากนั้นจะเป็นอาหารจานหลัก และของหวานจะเสิร์ฟเป็นจานสุดท้าย โดยอาหารที่ทั้งหวานและเผ็ดเป็นอาหารที่พบได้ทั่วไปในสมัยจักรวรรดิโรมันโบราณเท่านั้น
       - ปัจจุบันอาหารที่มีรสหวานหรือมีลักษณะหวาน จัดเป็นของหวานเท่านั้นแต่การรับประทานอาหารอย่างเป็นทางการ จะแยกเสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย และอาหารเมนูหลัก ตามด้วยการเสิร์ฟของหวาน เช่นเดียวกับในอดีต
       - สำหรับการจัดเสิร์ฟที่ผู้รับประทานออกไปตักอาหารอย่างเป็นอิสระด้วยตนเองเรียกว่าบุฟเฟต์ พบได้เฉพาะในงานเลี้ยงหรือวันหยุด


       3. วิธีรับประทานอาหารตะวันตก
    ชาวตะวันตกจะมีวัฒนธรรมการทานอาหารตะวันตกแบบเฉพาะตัว โดยใน 1 มื้อจะมีการรับประทานอาหารตะวันตกหลายเมนูและหลายจาน แต่จะแตกต่างไปจากการรับประทานอาหารของประเทศในเอเชีย เช่น อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น หรืออาหารไทย ซึ่งจะมีหลายเมนูเสิร์ฟพร้อมกันบนโต๊ะอาหาร และมีการทานร่วมกัน มีการแบ่งปันเมนูแต่ละอย่างร่วมกัน
               วิธีรับประทานอาหารตะวันตก จะมีการเสิร์ฟและรับประทานทีละจานตามลำดับ โดยจะไม่ได้รับประทานพร้อมกันทีเดียว ซึ่งการเสิร์ฟอาหารจะเรียกว่าคอร์ส โดยจะเริ่มตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อย ซุป อาหารจานหลัก และสุดท้ายจะเป็นของหวานและเครื่องดื่ม ซึ่งมื้ออาหารแบบฟูลคอร์สหรือแบบเต็มรูปแบบจะมีจำนวนเมนูหลากหลายตั้งแต่ 3-4 จานไปจนถึง 12-17 จาน

       4. ส่วนประกอบของอาหารตะวันตก
    การประกอบอาหารของตะวันตก ในการคิดเมนูอาหาร เชฟจะให้ความสำคัญกับวัตถุดิบที่เป็นเนื้อสัตว์เป็นหลัก ส่วนประกอบรองลงไปได้แก่ แป้งอย่างข้าวสาลี ข้าวบาร์ลีย์ นอกจากนั้น จะใช้เนย เกลือ ไขมันและสมุนไพรเพียงไม่กี่ชนิดเป็นเครื่องปรุงแทน การปรุงอาหารตะวันตก เชฟมักจะให้ความสำคัญกับเนื้อสัตว์เป็นหลัก โดยมีแป้งอย่างข้าวสาลี ข้าวบาร์ลีย์เป็นองค์ประกอบรอง นอกจากนั้น จะใช้เนย เกลือ ไขมันและสมุนไพรเพียงไม่กี่ชนิด ส่วนเนื้อสัตว์ที่ใช้ยังนิยมทำเป็นเนื้อชิ้นใหญ่ เช่น ปรุงเป็นสเต็ก หรือเมนูอื่น ๆ รับประทานคู่กับซอสต่าง ๆ คล้ายกับการรับประทานอาหารตะวันตกในปัจจุบัน แต่ซอสอาจปรับปรุงสูตรให้มีความแตกต่างกันออกไป เช่น  ชีสดิป  หรือน้ำสลัดสูตรต่าง ๆ

       5. รสชาติของอาหารตะวันตก
    การปรุงรสชาติของเมนูอาหารตะวันตก ส่วนประกอบในการปรุงอาหารจะเน้นไปทางเนยไขมัน เกลือ และสมุนไพรตะวันตกที่จะใส่เพียงไม่กี่อย่างในเมนูแต่ละจาน เช่น ใบโรสแมรี่ ใบไทม์ ใบเบซิล ทำให้เมื่อเทียบกับอาหารจากภูมิภาคอื่นแล้ว อาจกล่าวได้ว่าอาหารตะวันตกจะมีรสชาติจืดกว่า และมีความมันที่เกิดจากเนย ไขมัน นม ชีส

       6. เมนูอาหารเรียกน้ำย่อยของตะวันตก
    เนื่องจากวัฒนธรรมการรับประทานอาหารของตะวันตกหรือยุโรป จะมีลำดับการเสิร์ฟอาหารอย่างเป็นขั้นตอน โดยเฉพาะรูปแบบการรับประทานอาหารอย่างเป็นทางการที่จะเริ่มจากการเสิร์ฟอาหารเรียกน้ำย่อยก่อน ซึ่งจะช่วยให้ผู้รับประทานมีความอยากอาหารมากขึ้น โดยมักเลือกใช้อาหารที่มีรสเปรี้ยวหรือเค็มเล็กน้อย และปริมาณน้อย ๆ ไม่ทำให้อิ่มจนเกินไป สำหรับเมนูอาหารเรียกน้ำย่อยของตะวันตกที่ได้รับความนิยม ได้แก่

       - บาแก็ตปู บาแกตต์ หรือขนมปังฝรั่งเศสมีรูปร่างเรียวยาว ลักษณะเป็นรูปทรงแท่งยาวกว่า 2 ฟุต (24 นิ้ว) ทำมาจากส่วนผสมง่าย ๆ ได้แก่ แป้ง ยีสต์ น้ำและเกลือ ขนมปังฝรั่งเศสมักรับประทานกับเนย ซุปร้อน ๆ หรือใช้ทำแซนด์วิชทั่วไป ส่วนบาเก็ตปู ก็คือการนำขนมปังฝรั่งเศสมาหั่นตามแนวยาวให้ได้ขนาดตามต้องการ แล้วอบในเตาอบจนเหลือง จากนั้นตักสลัดเนื้อปูวางบนหน้าขนมปังที่อบแล้ว รับประทานเป็นเมนูเรียกน้ำย่อย

       - ซุปเห็ด
    ซุป คืออาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์ ผัก น้ำสต๊อก น้ำผลไม้ และน้ำ และบางสูตรก็อาจมีการเติมเนย ไข่ ข้าว และแป้ง เสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยในขณะร้อน ๆ โดยซุปจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ซุปใส มีลักษณะเป็นน้ำแกงใส ทำจากน้ำสต๊อก จากกระดูกหมู กระดูกไก่ หรือดูกวัว และซุปข้น ซึ่งกรรมวิธีการปรุง ขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำสต๊อก และวัตถุดิบที่นำมาเสริมรสของซุปนั้น เช่น ซุปครีมข้น นำมากรอง หรือทำจากผักหรือผลไม้บด ส่วนซุปเห็ดเป็นซุปครีมที่ให้ทั้งความหอมของครีมและเห็ด

       - ซุปข้าวโพด
    เป็นซุปที่ปรุงโดยใช้ข้าวโพดเป็นส่วนผสมหลัก สำหรับซุปข้าวโพดที่เสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยพื้นฐานมักทำจากข้าวโพด หัวหอม ขึ้นฉ่าย นมหรือครีม และเนย ส่วนผสมเพิ่มเติมที่บางครั้งใช้ ได้แก่ มันฝรั่ง หมูเกลือ ปลา อาหารทะเล และไก่ ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบ

        - ขนมปังหน้าชีส
    เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยอีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมทั้งในอดีตและปัจจุบัน เป็นเมนูที่ทำง่าย มีส่วนผสมเพียงไม่กี่อย่าง เช่น เชดด้าชีส วิปปิ้งครีม น้ำผึ้ง และเนยสดรสเค็ม ขั้นตอนการทำ เพียงนำ วิปปิ้งครีม น้ำผึ้ง และเนย ใส่ลงในหม้อต้ม แล้วคนให้เข้ากันต่อจากนั้นนำไปตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อนรอจนเดือด ใส่ชีสลงไปตนจนเป็นเนื้อเดียวแล้วนำมาทาบนขนมปังให้ทั่วแผ่น แล้วอบประมาณ 8-10 นาที ก็ได้เมนูอาหารเรียกน้ำย่อยได้แล้ว

          - เฟรนฟราย
    คือมันฝรั่งทอดเป็นแท่ง ๆ โรยเกลือแล้วเสิร์ฟขณะร้อน ๆ นอกจากเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยของตะวันตกแล้ว ยังเป็นขนมขบเคี้ยวหรืออาหารจานด่วนที่ทานกับซอสมะเขือเทศ มายองเนส  ชีสดิป หรือ ชีสซี่ดิป หรือรับประทานเฟรนฟรายที่ใช้เป็นส่วนประกอบกับเมนูอาหารตะวันตกอย่างเช่น สเต๊กและแฮมเบอร์เกอร์

      

       7. เมนูอาหารจานรองของตะวันตก
    วัฒนธรรมการรับประทานอาหารของตะวันตก เมื่อเสิร์ฟเมนูอาหารเรียกน้ำย่อยแล้ว ก็จะตามด้วยอาหารจานรอง เป็นอาหารชิ้นเล็ก ๆ ทำจากอาหารทะเลประเภทปลาหรือกุ้ง หอยเชลล์ เสิร์ฟปริมาณน้อย และนิยมเสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย สำหรับที่ได้รับความนิยม ได้แก่
       
    - สลัดแฮมทูน่าแร็บสลัด จัดเป็นอาหารประเภทยำของชาวตะวันตก ประกอบไปด้วยผักหลากชนิดเป็นส่วนใหญ่ อาจมีเนื้อสัตว์ชนิดต่าง ๆ เป็นส่วนผสมด้วยก็ได้ โดยเสริฟคู่กับน้ำปรุงรสที่เรียกว่า ที่เรียกว่า Dressing  และสามารถเสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานรอง หรืออาหารจานหลักได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับส่วนประกอบในเมนูสลัดประเภทนั้น ๆ ส่วนสลัดแฮมทูน่าแร็บ มีส่วนประกอบของทูน่าในน้ำเกลือ หอมหัวใหญ่ ข้าวโพดกระป๋อง แครอท พริกไทยขาวป่น และเกลือ เป็นเมนูที่ทำง่าย ๆ นิยมเสิร์ฟเป็นอาหารจานรอง
       
       - ญ็อกกี้มันฝรั่ง ซอสเนื้อรากู
    เป็นอาหารอิตาเลียนที่นอกจากนิยมเสิร์ฟเป็นอาหารจานรองแล้วยังเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นเมนูอาหารที่ทำง่าย สูตรดั้งเดิมจะเป็นการผสมมันฝรั่งและแป้งสาลี เซโมลา เข้าด้วยกัน โดยไม่มีการผสมไข่ ปัจจุบันสูตรอาจปรับปรุงหรือมีความแตกต่างกันบ้าง เช่น ใช้มันฝรั่งบดสำเร็จรูป แป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือป่น และไข่แดง

       - สลัดอกเป็ดรมควัน
    เป็นอาหารจานรองที่เสิร์ฟคู่กับซอสวินนะเกรทมะนาว และยังเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะเนื้อ อกเป็ด ในปริมาณ 100 กรัม มีพลังงานเพียง 140 กิโลแคลอรี ซึ่งเป็นจำนวนแคลอรีที่ต่ำมาก นอกจากนี้ในอกเป็ดยังมีโปรตีนสูงถึง 11.4 กรัม และยังประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุอีกหลายชนิด

       - แซลมอนย่าง
    เสิร์ฟกับเห็ด ผักผัดเนย มันฝรั่งบดครีมแซฟฟรอน เป็นเมนูอาหารจานรองของตะวันตก ที่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โอเมก้า 3 โปรตีน วิตามินบี วิตามินดี โพแทสเซียม สารต้านอนุมูล และ DHA เป็นเมนูที่ทำง่ายรับประทานแล้วไม่อ้วน ปัจจุบันยังนิยมรับประทานเป็นเมนูสำหรับคนลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนักอีกด้วย

       
       - ปลาบัทเตอร์ฟิชย่าง เสิร์ฟกับผัดผักซอสเนยราดซอสพะแนง
    เป็นเมนูอาหารจานรองที่เสิร์ฟคู่กับผัดผักซอสเนยราดซอสพะแนง หรือมีลักษณะเป็นคล้ายแกงพะแนงในเมนูอาหารของไทยแต่เปลี่ยนจากเนื้อหรือหมูมาเป็นเนื้อปลา โดยการนำเนื้อปลาบัทเตอร์ฟิชย่างให้สุกดี แล้วราดด้วยซอสพะแนง มีรสเผ็ดเล็กน้อย รับประทานคู่กับผัดผักซอสเนย

       8. เมนูอาหารจานหลักของตะวันตก

       - ซี่โครงแกะย่างกับซอสมัสตาร์ดและมันฝรั่งบด
    เป็นอาหารจานหลักของชาวตะวันตก ที่นิยมเสิร์ฟเป็นลำดับสุดท้ายต่อจากอาหารเรียกน้ำย่อย และอาหารจารรอง เสิร์ฟคู่กับซอสมัสตาร์ดและมันฝรั่งบด แต่งจานด้วย ข้าวโพดอ่อนและ แครอทขนาดเล็ก ต้มสุก ส่วนประกอบหลัก ๆ ของเมนูนี้ได้แก่ ขาแกะติดกระดูก หมักด้วยเกลือ พริกไทยดำ และพริกปาปริกาป่นรมควัน

       - ไก่อบซอสครีมเห็ด
    เป็นเมนูอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมที่มีขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ไก่ทั้งตัว หรือบางคนอาจใช้เฉพาะเนื้ออกไก่ก็ได้ หอมใหญ่ สับละเอียด กระเทียม สับละเอียด แครอท หั่นเต๋า เห็ดขาว เห็ดหอมสด และน้ำมันพืช เสิร์ฟคู่กับซอสพร้อมเห็ดและใบทาร์รากอนสดโรยบนเนื้อไก่

       - อกเป็ดราดซอสฮันนี่ลาเวนเดอร์
    เป็นอาหารจานหลักของชาวตะวันตก  เสิร์ฟคู่กับซอสครีมข้าวโพด ส่วนประกอบของน้ำผึ้งช่วยให้อกเป็ดมีความหวานหอม และยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับอกไก่ เช่น  ใบไทม์และโรสแมรี่สด สับละเอียด ดอกลาเวนเดอร์ เนยสด หั่นเต๋า กระเทียม สับละเอียด หอมแดง สับละเอียด น้ำผึ้ง ถั่วเหลือง ถั่วโบล็อตตี้ ถั่วลันเตา เนย น้ำมันมะกอก และน้ำมันพืช รับประทานคู่กับเครื่องเคียง ได้แก่ พัฟมันฝรั่งทอดและดอกลาเวนเดอร์สด

       - ฟัวกราส์
    เป็นอาหารที่มีชื่อเสียงมาก และเป็นเมนูอาหารราคาแพง วัตถุดิบหลักเป็นตับห่านหรือเป็ดที่ขุนให้อ้วนเป็นพิเศษ มีลักษณะนุ่มมันและมีรสชาติที่แตกต่างจากตับของเป็ดหรือห่านธรรมดา ฟัวกราส์ จะเสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงหรือซอส

       - สเต็กเนื้อเทนเดอร์ลอยน์และสลัดควินัว
    เป็นเมนูอาหารจานหลักของตะวันตก ที่จะเสิร์ฟต่อจากอาหารจารรอง เมนูนี้ยังถือว่าเป็นเมนูเพื่อสุขภาพ เพราะนอกจากมีส่วนประกอบของ เนื้อเทนเดอร์ลอยน์ ซึ่งเป็นเนื้อสันในที่มีความนุ่มและรสสัมผัสที่ดีเป็นพิเศษ ไขมันน้อย ยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น แครอทหั่นเต๋า แตงกวาหั่นเต๋า แอปเปิลหั่นเต๋า ลูกเกด และน้ำสลัดควินัว แต่งจานด้วยหอมหัวใหญ่ทอด ทำให้เป็นเมนูสเต๊กเนื้อรสฉ่ำเสิร์ฟพร้อมก้านแอสพารากัสราดเนย

  เคล็ดลับความอร่อยของอาหารตะวันตก

   สำหรับเคล็ดลับความอร่อยของเมนูอาหารตะวันตก ทั้งอาหารทานเล่น อาหารเรียกน้ำย่อย

อาหารจานรอง และอาหารจานหลัก นอกจากขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ ขั้นตอนการปรุง การปรุงด้วยซอสพื้นฐาน และการปรุงน้ำสต๊อกแล้ว ซอสและเครื่องเคียงต่าง ๆ ก็คือส่วนสำคัญที่ช่วยเสริมรสชาติอาหารไม่ว่าจะเป็นซอสมะเขือเทศ ซอสพริก มายองเนส หรือผงปรุงรสเขย่า และกำลังได้รีบความนิยมก็คือ ชีสดิป ที่ช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารประเภทกรุบกรอบ

   ชีส ดิป สูตรความอร่อยของอาหารฝรั่ง

   ปัจจุบันอาหารตะวันตกหลากหลายเมนูเป็นที่นิยมของคนไทย โดยเฉพาะอาหารว่างหรืออาหาร

ทานเล่น หลายเมนูทำง่ายและยังนิยมทำขายคู่กับซอสชนิดต่าง ๆ ปัจจุบันยังมีซอสเพิ่มรสชาติให้กับอาหารฝรั่งหรืออาหารตะวันตกที่เป็นสูตรใหม่ ๆ ปรุงสำเร็จให้เลือกซื้อได้ทั่วไป เช่น น้ำสลัดสูตรต่าง ๆ ดิป มายองเนส ซอส ชีสดิป ชีสซอส ซอสน้ำจิ้ม หรือซอสพิซซ่า และอื่น ๆ

   ชีสดิป ตราเพียวฟู้ดส์ อร่อย ปลอดภัย จิ้มกับอะไรก็อร่อย

    ซอสต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเมนูอาหารตะวันตก และเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปวางขายอยู่

ตามร้านสะดวกซื้อหรือ ซูเปอร์มาร์เกต ทั่วไป มีหลายแบรนด์ให้เลือกซื้อ ที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ก็ได้แก่ ผลิตภัณฑ์จากเพียวฟุ้ดส์ นอกจากมีซอส ชีสดิป ผงปรุงรสเขย่า มายองเนส และอื่น ๆ อีกมากมายแล้ว เพียวฟู้ดส์ ยังเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำ  ที่มีความเชี่ยวชาญในการผลิต ซอสคาว ซอสหวาน มายองเนส และซอสต่าง ๆ และยังเป็นบริษัทรับผลิตให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการมีบรรจุผลิตภัณฑ์เป็นแบรนด์ของตนเอง เพราะเพียวฟุ๊ดส์ มีโรงงานผลิตรับผลิตในระบบ OEM  หรือ Original Equipment Manufacturer รับผลิตสินค้าให้กับลูกค้าเพื่อนำไปติดแบรนด์ที่มีอยู่แล้ว ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า 

    สรุป

   การรับประทานอาหารตะวันตกให้ได้รสชาติที่ถูกปากคืออรรถรสในการใช้ชีวิตอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอาหารว่างที่เป็นอาหารระหว่างมื้อ การรับประทานก็เพื่อความสุข ช่วยบรรเทาความหิว และยังเป็นอาหารที่ช่วยให้การพบปะสังสรรค์พูดคุยมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น การรับรู้วัฒนธรรมการรับประทานอาหารตะวันตก การเลือกซอส ที่เหมาะกับอาหารแต่ละเมนู เช่น มายองเนส ซอส ชีสดิป ชีสซอส ซอสน้ำจิ้ม หรือซอสพิซซ่า และอื่น ๆ รวมถึงการเลือกผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ หรือบริษัทที่ได้มาตรฐาน อย่างเช่น การเลือกซอสหรือชีสดิป ตราเพียวฟู้ดส์ ยังเพิ่มความอร่อยอย่างปลอดภัยให้กับทุกเมนูอาหารที่เราชื่นชอบอีกด้วย

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้